ความหมายสัญลักษณ์
ตราแผ่นดิน
ตราแผ่นดิน หรือ ที่เรียกกันว่า "อาร์มแผ่นดิน" ตามพจนานุกรมฉบับเฉลิมพระเกียรติ ให้ความหมายเอาไว้ว่า
คำนาม หมายถึงตราประจำประเทศ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นในปี พ.ศ. ๒๔๑๖
เป็นตราที่รวมเอาสัญลักษณ์ต่าง ๆ ของข้าราชการและชนชาวสยามเชื้อสายต่าง ๆ ไว้ด้วยกัน
เพื่อแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของสยามประเทศ ผู้ออกแบบคือ เสวกเอกหม่อมเจ้าประวิช ชุมสาย
พระโอรสในพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าชุมสาย กรมขุนสีหราชวิกรม ในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
โดยประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ดังนี้
ส่วนบนเป็นรูปไอราพต อันหมายถึงทิพย์สมบัติ แต่บางท่านว่า หมายถึง สยามประเทศ ๓ ส่วนภาคกลาง
ภาคเหนือและภาคใต้
ส่วนล่างซีกซ้าย เป็นรูปช้างเผือก หมายถึง ประเทศลาว ส่วนล่างซีกขวา เป็นรูปกริช หมายถึง หัวเมืองมลายู
(มาเลเซีย) ซึ่งอยู่ในขอบขัณฑสีมาในรัชสมัยนั้น แต่บางท่านก็ตีความรวมทั้งช้างเผือกและกริชว่า หมายถึง
ราชสมบัติอันยิ่งใหญ่
เหนือโล่ห์ขึ้นไปเป็นรูปจักรและตรี อันหมายถึง พระบรมราชวงศ์จักรี อยู่ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ โดยมี
ฉัตร ๗ ชั้นอยู่ ๒ ข้าง ซึ่งพระมหาพิชัยมงกุฎและฉัตรนี้เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นพระเจ้าแผ่นดิน
ทางด้านซ้ายของโล่ห์เป็นรูปคชสีห์แบกพระแสงกระบี่อาญาสิทธิ์ อันหมายถึงฝ่ายทหาร
อันเป็นหน่วยงานหลักในการรักษาประเทศ
ทางด้านขวาของโล่ห์เป็นรูปราชสีห์แบกพระแสงดาบอาญาสิทธิ์ อันหมายถึงฝ่ายพลเรือน คือ มหาดไทย
ซึ่่งเป็นหน่วยงานหลักในการรักษาประเทศอีกหน่วยหนึ่ง
รอบโล่ห์เป็นพระสังวาลของพระมหากษัตริย์ นอกจากนี้ยังมีเครื่องพระราชกกุธภัณฑ์ประดับอยู่ในตราแผ่นดิน
คือ ฉลองพระบาทอยู่ใต้ฉัตรทั้งสองข้าง พระแส้จามรีอยู่คู่กับพระแสงกระบี่อาญาสิทธิ์ทางด้านซ้าย
ส่วนพระแสงดาบอาญาสิทธิ์ทางด้านขวามีพัชนีฝักมะขามอยู่คู่กัน ทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนแท่นสี่เหลี่ยม
ด้านล่างของแท่นมีแถบผ้า จารึกคาถาบาลี ว่า “สพเพ สงฆ ภูตาน สามคคี วฑฒิ สาธิกา” ที่แปลว่า
" ความพร้อมเพรียงของบุคคลทั้งปวงผู้อยู่เป็นหมวดหมู่กัน ย่อมเป็นเครื่องทำความเจริญให้สำเร็จ"
พร้อมทั้งมีพระฉลองภูษาเต็มยศของพระมหากษัตริย์คลุมโอบจากเบื้องหลัง
ได้มีการใช้ตราแผ่นดินนี้มาจนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖)
ที่ทรงมีพระราชประสงค์ให้เปลี่ยนมาใช้ตรา “พระครุฑพ่าห์” เป็นตราแผ่นดินแทน
เพราะทรงติว่าตราอาร์มเป็นอย่างฝรั่งเกินไป และมูลเหตุในการเปลี่ยนตราประจำชาติ นอกจากที่จะระบุไว้ข้างต้นแล้ว
เป็นไปได้ว่าการเปลี่ยนแปลงตราแผ่นดินน่าจะมีมูลเหตุหลักมาจากการสูญเสียประเทศราชทั้งลาว
เขมรและมลายูในรัชสมัยของพระองค์ จึงต้องเปลี่ยนแปลงตราเพื่อให้เหมาะกับกาลสมัย
